2007/Aug/13

งานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติประจำปี 2550 มาพร้อมแนวคิด วิทยาศาสตร์สร้างปัญญาในสังคม เริ่มเปิดให้เข้าชมงานแล้วตั้งแต่วันที่ 8 ส.ค. บรรยากาศคึกคัก เด็กนักเรียนนับพันจากหลายโรงเรียนแห่ร่วมชมงาน ซึ่งพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการจะมีขึ้นในวันที่ 10 ส.ค. โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเป็นองค์ประธานเปิดงาน

ภายในงานมีการแสดงนิทรรศการและกิจกรรมแสดงศักยภาพทางเทคโนโลยีที่นำสมัยโดยความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนในประเทศกว่า 40 หน่วยงาน และมีนิทรรศการจากต่างประเทศมาร่วมจัดแสดงอีกไม่น้อยกว่า 8 ชาติ อาทิ สหรัฐอเมริกา แคนาดา รัสเซีย ญี่ปุ่น เยอรมนี และอังกฤษ ไฮไลท์เด่นของงานอยู่ที่ นิทรรศการจำลองเหตุการณ์สภาวะโลกร้อน แบบ 4 มิติ ซึ่งผู้ชมนิทรรศการจะได้สัมผัสทั้ง แสง สี เสียง และสัมผัส ถึงเหตุการณ์น้ำทะเลท่วมเมือง เหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นจริงในอีก 50 ปีข้างหน้า ถ้าประชาชนยังไม่หันมาใส่ใจดูแลสภาพแวดล้อมและการใช้พลังงาน ซึ่งเหตุการณ์จำลองนี้จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการคิดก่อนใช้ และพยายามหาแหล่งพลังงานทดแทนอื่นๆ เช่นพลังงานน้ำ พลังงานลม แทนพลังงานที่ได้จากการเผาไหม้

นอกจากนี้ยังมี นิทรรศการกองทัพหุ่นยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดกว่า 10 ตัวจากประเทศญี่ปุ่น อาทิ หุ่นยนต์ถีบจักรยาน มุราตะ และ เก้าอี้สำหรับผู้พิการอัจฉริยะ โดยความร่วมมือครั้งนี้ เพื่อเฉลิมฉลองโอกาส 120 ปีความสัมพันธ์ไทย ญี่ปุ่น รวมทั้งนำเสนอผลงานหุ่นยนต์ของ 3 ทีมนักศึกษาไทยที่ร่วมการแข่งขันหุ่นยนต์โลก (World Robocup 2007) ณ ประเทศเยอรมนี, นิทรรศการพลังงานยุคใหม่ และถ้ำจำลองวิกฤติ
พลังงาน หากโลกนี้ไม่มีพลังงาน,อุโมงค์เรียนรู้ภัยพิบัติจากน้ำ นิทรรศการ 100 ปีสุริยฟิสิกส์ นิทรรศการเทิดพระเกียรติพระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย ย้อนเวลาไปเมื่อ 139 ปีที่แล้ววันที่เกิดสุริยุปราคา, นิทรรศการนาโนเทคโนโลยี,การเยี่ยมสถานีป่าจำลองเพื่อศึกษาถึงขุมทรัพย์ทางจุลินทรีย์,แผนที่ภาพถ่ายดาวเทียม และห้องปฏิบัติการทางชีววิทยา รวมไปถึงการแข่งขันการออกแบบหุ่นยนต์นานาชาติ และการแข่งขันเครื่องบินพับกระดาษชิงแชมป์ประเทศไทย ครั้งที่ 4

งานวิทยาศาสตร์สุดยิ่งใหญ่แห่งปีครั้งนี้ ศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(วท.) กล่าวว่า ใช้งบประมาณ 80 ล้านบาท ในการเนรมิตรทุกตารางนิ้วเป็นแหล่งสร้างความรู้จากวิทยาศาสตร์ และเริ่มเปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 8-19 ส.ค.นี้ ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา กรุงเทพฯ คาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานทั้งสิ้น 1.2 ล้านคนตลอดการจัดงาน 12 วัน

สิ่งที่นำมาจัดแสดงในงานมีตั้งแต่เรื่องดวงดาวถึงจุลินทรีย์ แม้แต่การผายลมของวัวยังส่งผลกระทบก่อให้เกิดสภาวะโลกร้อนด้วย อยากไขความจริงเรื่องใกล้ตัวเชิญแวะไปงานกันเลย

วิทยาศาสตร์มีคำตอบ!!!

2007/Aug/13

นายบุญรักษา สุนทรธรรม ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) เปิดเผยว่า ช่วงค่ำวันที่ 28 สิงหาคมนี้จะเกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวง ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์โคจรมาอยู่ในระนาบเดียวกัน โดยโลกอยู่ระหว่างกึ่งกลางดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ ซึ่งเมื่อดวงจันทร์เข้าไปอยู่ในเงามืดทั้งดวงจะเกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์ดังกล่าวไม่ได้ทำให้ดวงจันทร์มืดสนิท แต่จะสามารถมองเห็นเป็นสีแดงเข้มที่ไม่สว่างมากนัก เพราะ "แสงโลก" ซึ่งเกิดจากแสงอาทิตย์ตกกระทบโลกสะท้อนไปที่ดวงจันทร์ นับเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่สวยงามมาก
นายบุญรักษากล่าวอีกว่า ประเทศไทยจะสามารถมองเห็นปรากฏการณ์ดังกล่าวในช่วงที่ดวงจันทร์เริ่มออกจากเงามืดแล้วบางส่วน โดยดวงจันทร์จะเริ่มเข้าเงามืดในช่วงบ่ายตั้งแต่เวลา 15.51 น. และเข้าสู่เงามืดเต็มดวงที่ตำแหน่งกึ่งกลางคราสในเวลา 17.37 น. และเริ่มออกจากคราสเต็มดวงเวลา 18.22 น. ซึ่งเวลาดังกล่าวดวงจันทร์ยังไม่ขึ้นจากขอบฟ้า ดังนั้น ขณะที่ดวงจันทร์ขึ้นขอบฟ้าด้านตะวันออกเวลา 18.42 น. แทนที่จะเห็นปรากฏการณ์เต็มๆ กลับเห็นดวงจันทร์ปรากฏเป็นเสี้ยวเล็กๆ เนื่องจากขณะนั้นดวงจันทร์เริ่มออกจากเงามืดบางส่วนแล้ว โดยจะเริ่มออกจากเงามืดทั้งดวงเวลา 19.24 น. จนกระทั่งสิ้นสุดปรากฏการณ์เวลา 20.21 น.
"หากไม่มีเมฆบดบัง ช่วงค่ำวันที่ 28 สิงหาคมนี้ผู้คนทั่วทุกภาคของประเทศไทยจะสามารถชมปรากฏการณ์ดังกล่าวได้ รวมทั้งประเทศในแถบเอเชียตะวันออก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลีย และแถบมหาสมุทรแปซิฟิก และบางส่วนของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งหากพลาดโอกาสครั้งนี้จะต้องรออีก 4 ปี คือ วันที่ 15 มิถุนายน 2554" นายบุญรักษากล่าว
ที่มา: มติชน

2007/Jul/31

<object width="315" height="80"><param name="movie" value="http://www.ijigg.com/jiggPlayer.swf?songID=V2AC4ACPAD&Autoplay=0"><param name="scale" value="noscale" /><param name="wmode" value="transparent"><embed src="http://www.ijigg.com/jiggPlayer.swf?Autoplay=0&songID=V2AC4ACPAD" width="315" height="80" scale="noscale" wmode="transparent"></embed></object>